ป้ายกำกับ: SPSS

spss เกี่ยวกับโปรแกรม spss คู่มือการใช้งานและอื่นๆ

  • ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

    ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง


    ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ในภาษาทางสถิติ มีมโนทัศน์พื้นฐานอยู่คำหนึ่งคือ การสุ่ม (Sampling) ปัญหาทางสถิติโดยมากค่าของการวัดจะได้มาจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งกลุ่มตัวอย่างจะได้มาจากประชากรที่มีขนาดใหญ่

    ประชากร คือ กลุ่มของการวัดทั้งหมดที่สนใจศึกษา
    ตัวอย่าง คือ สับเซตของการวัดที่มาจากประชากรที่สนใจศึกษา


    สำหรับการทดลองวัดอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองวัดอุณหภูมิของร่างกายมี 148 คน เราจะคาดหวังว่า กลุ่มตัวอย่างจะเป็นตัวแทนที่ดีของกลุ่มประชากรทั้งหมดที่อยู่บนโลก


    ในความเป็นจริงแล้วเราสนใจจะศึกษาอะไร? ความจริงเราสนใจที่จะศึกษาประชากรทั้งหมดแต่ประชากรอาจจะยากหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะวัด เป็นเพียงความฝันที่จะพยายามบันทึกอุณหภูมิร่างกายของทุก ๆ คนบนโลก ดังนั้นเราจึงพยายามที่จะอธิบายหรือทำนายพฤติกรรมของประชากรโดยอ้างอิงจากกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มมาจากประชากร

    ดังนั้นในการวิจัยจำเป็นที่จะต้องนิยามประชากรให้ชัดเจนว่าผู้วิจัยต้องการศึกษากับกลุ่ม

    ประชากรใด จากนั้นจึงสุ่มกลุ่มตัวอย่างมาศึกษา โดยอาศัยเทคนิคการสุ่มตัวอย่าง

  • ระดับการวัด

    ระดับการวัด

    ระดับการวัด การวัดเป็นการกำหนดตัวเลขให้กับสิ่งที่ต้องการศึกษาภายใต้กฎเกณฑ์ที่แน่นอน การวัดแบ่ง ออกเป็น 4 ระดับคือ

    ระดับที่ 1 ระดับนามบัญญัติ (Nominal Scale) เป็นระดับที่ใช้จำแนกความแตกต่างของสิ่งที่ต้องการวัดออกเป็นกลุ่ม เช่น เพศ แบ่งออกเป็นกลุ่มเพศชาย และกลุ่มเพศหญิง โดยให้เลข 1แทนเพศชาย และเลข 2 แทนเพศหญิง, ระดับการศึกษาแบ่งออกเป็นกลุ่มที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ให้แทนด้วยเลข 1 กลุ่มที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ให้แทนด้วยเลข 2 และกลุ่มที่มีการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี ให้แทนด้วยเลข 3 เป็นต้น ตัวเลข 1, 2 และ 3 ที่ใช้แทนกลุ่มต่าง ๆ นั้น ถือเป็น ตัวเลขในระดับนามบัญญัติไม่สามารถนำมาบวก ลบ คูณ หาร หรือหาสัดส่วนได้ตัวอย่างอื่น ๆ เช่น สายรถเมล์ เลขประจำตัวนิสิต หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขที่นั่งในโรงภาพยนตร์ อาชีพ ภูมิลำเนา ศาสนา วิชาเอกที่ศึกษา กลุ่มเลือด เป็นต้น ตัวแปรในกลุ่มนี้ ถ้าจำแนกได้ 2 ลักษณะ เช่น เพศ จำแนกเป็นชายและหญิง หรือผลการสอบจำแนกได้เป็น ผ่านและไม่ผ่าน จะเรียกว่า Dichotomous Variable แต่ถ้าจำแนกได้เป็นหลาย ลักษณะจะเรียกว่า Polytomous Variable

    ระดับที่ 2 ระดับอันดับที่ (Ordinal Scales) เป็นระดับที่ใช้สำหรับจัดอันดับที่หรือตำแหน่งของสิ่งที่ต้องการวัด เช่น ดำสอบได้ที่ 1 แดงสอบได้ที่ 2 เขียวสอบได้ที่ 3, นักเรียนห้อง ม.2/1 เก่งเป็นที่ 1 ห้อง 2/3 เก่งเป็นที่ 3 ห้อง 2/5 เก่งเป็นที่ 3 เป็นตัว ตัวเลข 1, 2, 3 เป็นตัวเลขในระดับ อันดับที่ สามารถนำมาบวกลบกันได้ ตัวอย่างอื่น ๆ เช่น อันดับที่ผลการเรียน อันดับที่ในการประกวดต่าง ๆ เป็นต้น ตัวเลขที่ได้สามารถจำแนกข้อมูลได้ว่าแตกต่างกัน และแตกต่างกันไปในมากกว่าหรือน้อยกว่า แต่ไม่สามารถบอกระยะห่างระหว่างข้อมูลได้ว่าแตกต่างกันในปริมาณเท่าใด เช่น ไม่สามารถบอกได้ว่า นักเรียนที่สอบได้ที่ 1 เก่งเป็นสองเท่าของนักเรียนที่สอบได้ที่ 2 หรือบอกไม่ได้ว่านักร้องที่ชนะการประกวดได้รางวัลที่ 1 ร้องเพลงได้ไพเราะเป็นสองเท่าของนักเรียนที่ชนะการประกวดได้ที่ 2

    ระดับที่ 3 ระดับช่วง (Interval Scale) เป็นระดับที่สามารถกำหนดค่าตัวเลขโดยมีช่วงห่างระหว่างตัวเลขเท่า ๆ กัน แต่ไม่มี 0 (ศูนย์) แท้ มีแต่ 0 (ศูนย์) สมมติ เช่น นายวิชัยสอบได้ 0 คะแนน มิได้หมายความว่าเขาไม่มีความรู้เพียงแต่เขาไม่สามารถทำข้อสอบซึ่งเป็นตัวแทนของความรู้ทั้งหมดได้อุณหภูมิ 0 องศา มิได้หมายความว่าจะไม่มีความร้อน เพียงแต่มีความร้อนเป็น 0 เท่านั้น เป็นต้นระดับนี้สามารถนำตัวเลขมาบวก ลบ คูณ หาร กันได้

    ระดับที่ 4 ระดับอัตราส่วน (Ratio Scale) เป็นระดับที่สามารถกำหนดค่าตัวเลขให้กับสิ่งที่ต้องการวัด มี 0 (ศูนย์) แท้ เช่น น้ำหนัก ความสูง อายุ เป็นต้น ระดับนี้สามารถนำตัวเลขมาบวก ลบ คูณ หาร หรือหาอัตราส่วนกันได้

    ในทางการวัดผลการศึกษา จิตวิทยาหรือพฤติกรรมศาสตร์ ข้อมูลหรือตัวเลขที่ได้จากการวัด

    มักจะอยู่ไม่เกินระดับที่ 3 เช่นการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวัดเจตคติ การวัดเชาวน์ปัญญาการวัดบุคลิกภาพ เป็นต้น ข้อมูลหรือตัวเลขในระดับที่ 4 นั้นพบมากในการวัดทางวิทยาศาสตร์ เช่นการวัดความเร็วในการเดินทางของแสง การวัดความดังของเสียง การวัดระยะทางของดวงดาว การวัดความถี่ของคลื่น เป็นต้น

  • ประเภทของสถิต (SPSS)

    ประเภทของสถิต (SPSS)

    สถิติแบ่งออกเป็น ประเภทคือ

    1. สถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) เป็นสถิติทีใช้อธิบายคุณลักษณะของสิงที่ต้องการศึกษากลุ่มใดกลุ่มหนึง ไม่สามารถอ้างอิงไปยังกลุ่มอืน ๆ ได้ สถิติทีอยู่ในประเภทนี เช่น ค่าเฉลีย ค่ามัธยฐาน ค่าฐานนิยม ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน ค่าพิสัย ฯลฯ
    2. สถิติอ้างอิง (Inferential Statistics) เป็นสถิติทีใช้อธิบายคุณลักษณะของสิงทีต้องการศึกษากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือหลายกลุ่ม แล้วสามารถอ้างอิงไปยังกลุ่มประชากรได้ โดยกลุ่มทีนํามาศึกษา
      จะต้องเป็นตัวแทนทีดีของประชากร ตัวแทนทีดีของประชากรได้มาโดยวิธีการสุ่มตัวอย่าง และตัวแทนที
      ดีของประชากรเรียกว่ากลุ่มตัวอย่าง สถิติอ้างอิงสามารถแบ่งออกได้เป็น ประเภท คือ
      1. สถิติมีพารามิเตอร์ (Parametric Statistics) เป็นวิธีการทางสถิติทีจะต้องเป็นไป ตามข้อตกลงเบืองต้น 3 ประการดังนี
        1. ข้อมูลทีเก็บรวบรวมได้จะต้องอยู่ในระดับช่วงขึนไป (Interval Scale)
        2. ข้อมูลทีเก็บรวบรวมได้จากกลุ่มตัวอย่างจะต้องมีการแจกแจงเป็นโค้งปกติ
        3. กลุ่มประชากรแต่ละกลุ่มทีนํามาศึกษาจะต้องมีความแปรปรวนเท่ากันสถิติทีอยู่ในประเภทนี เช่น t-test, Z-test, ANOVA, Regression ฯลฯ
      2. สถิติไร้พารามิเตอร์ (Nonparametric Statistics) เป็นวิธีการทางสถิติทีสามารถนํามาใช้ได้โดยปราศจากข้อตกลงเบืองต้นทัง ประการข้างต้น สถิติทีอยู่ในประเภทนี เช่น ไคสแควร์,Median Test, Sign test ฯลฯ

    โดยปกติแล้วนักวิจัยมักนิยมใช้สถิติมีพารามิเตอร์ทังนีเพราะผลลัพธ์ทีได้จากการใช้สถิติมีพารามิเตอร์มีอํานาจการทดสอบ (Power of Test) สูงกว่าการใช้สถิติไร้พารามิเตอร์ สถิติมีพารามิเตอร์เป็นการทดสอบทีได้มาตรฐาน มีขันตอนต่าง ๆ ทีสมบูรณ์ ดังนันเมือข้อมูลมีคุณสมบัติ ทีสอดคล้องกับข้อตกลงเบืองต้นสามประการในการใช้สถิติมีพารามิเตอร์จึงไม่มีผู้ใดคิดทีจะหันไปใช้สถิติไร้พารามิเตอร์ในการทดสอบสมมติฐาน

    อํานาจการทดสอบ (Power of Test) ความน่าจะเป็นของการปฏิเสธสมมติฐานศูนย์เมือสมมติฐาน
    ศูนย์เป็นเท็จ ดังนัน อํานาจการทดสอบทางสถิติ ก็คือความน่าจะเป็นในการตัดสินใจทีถูกต้อง

  • ความหมายของสถิติ

    ความหมายของสถิติ

    คําว่า สถิติ (Statistics) มาจากภาษาเยอรมันว่า Statistik มีรากศัพท์มาจาก Stat หมายถึงข้อมูล หรือสารสนเทศ ซึงจะอํานวยประโยชน์ต่อการบริหารประเทศในด้านต่าง ๆ เช่น การทําสํามะโนครัว เพือจะทราบจํานวนพลเมืองในประเทศทังหมด ในสมัยต่อมา คําว่า สถิติ ได้หมายถึงตัวเลขหรือข้อมูลทีได้จากการเก็บรวบรวม เช่น จํานวนผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน อัตราการเกิดของเด็กทารก ปริมาณนําฝนในแต่ละปี เป็นต้น สถิติในความหมายทีกล่าวมานีเรียกอีกอย่างหนึงว่าข้อมูลทางสถิติ (Statistical data)

    อีกความหมายหนึง สถิติ หมายถึง วิธีการทีว่าด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูล การนําเสนอข้อมูลการวิเคราะห์ข้อมูล และการตีความหมายข้อมูล สถิติในความหมายนีเป็นทังวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ เรียกว่าสถิติศาสตร์

  • SPSS 27 โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ

    SPSS 27 โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ

    SPSS มาทำความรู้จักกับ IBM SPSS Statistics: เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ

    SPSS หรือ IBM SPSS Statistics (หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ SPSS) เป็นหนึ่งในชุดซอฟต์แวร์ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติ การจัดการข้อมูล และการทำรายงานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการวิจัย ธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐ

     SPSS คืออะไร?

    SPSS ย่อมาจาก Statistical Package for the Social Sciences (ชุดโปรแกรมสถิติสำหรับสังคมศาสตร์) แม้ว่าชื่อเดิมจะมุ่งเน้นที่สังคมศาสตร์ แต่ปัจจุบันโปรแกรมนี้ถูกใช้ในหลากหลายสาขา เช่น:

    • การวิจัยทางการตลาด: วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค
    • การศึกษา: ประเมินผลการเรียนและทำวิจัยทางการศึกษา
    • การแพทย์และสาธารณสุข: วิเคราะห์ข้อมูลการทดลองทางคลินิก
    • ธุรกิจและการเงิน: วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและข้อมูลลูกค้า

     คุณสมบัติหลักและความสามารถ

     SPSS ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลได้ง่าย แม้จะไม่มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมทางสถิติมากนัก

    1. การจัดการข้อมูล (Data Management)

    • หน้าต่างข้อมูล (Data View): แสดงตารางข้อมูลแบบ Spreadsheet ที่คล้ายกับ Excel แต่มีคุณสมบัติในการกำหนดชนิดและคุณสมบัติของตัวแปรที่เข้มงวดกว่า
    • หน้าต่างตัวแปร (Variable View): ใช้กำหนดรายละเอียดของตัวแปรแต่ละตัว เช่น ชื่อตัวแปร (Name), ชนิดข้อมูล (Type), ค่าที่ขาดหายไป (Missing Values), และการกำหนดค่า (Value Labels)

    2. การวิเคราะห์ทางสถิติ (Statistical Analysis)

    SPSS มีเครื่องมือวิเคราะห์สถิติที่ครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงขั้นสูง:

    กลุ่มการวิเคราะห์ตัวอย่างเทคนิค
    สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive)ค่าเฉลี่ย (Mean), ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD), ความถี่ (Frequency)
    การเปรียบเทียบ (Comparison)$t$-test, ANOVA (Analysis of Variance)
    ความสัมพันธ์ (Relationship)สหสัมพันธ์ (Correlation), การถดถอย (Regression Analysis)
    การพยากรณ์และจำแนก (Prediction)การวิเคราะห์ปัจจัย (Factor Analysis), การจำแนกกลุ่ม (Cluster Analysis)

    3. การสร้างรายงานและกราฟ (Reporting and Graphing)

    • หน้าต่างผลลัพธ์ (Output Viewer): แสดงผลการวิเคราะห์ในรูปแบบของตารางและกราฟที่จัดรูปแบบเรียบร้อย สามารถนำไปใช้ในรายงานได้ทันที
    • การสร้างกราฟ: มีเครื่องมือสร้างกราฟประเภทต่าง ๆ เช่น แผนภูมิแท่ง (Bar Charts), แผนภูมิวงกลม (Pie Charts), ฮิสโตแกรม (Histograms) และแผนภาพการกระจาย (Scatter Plots) ข้อดีของการใช้ SPSS
    1. ใช้งานง่าย (User-Friendly): มีส่วนติดต่อผู้ใช้แบบกราฟิก (GUI) ที่ใช้งานง่าย ไม่ต้องพิมพ์คำสั่งที่ซับซ้อน สามารถเลือกเมนูและคลิกตัวเลือกเพื่อทำการวิเคราะห์ได้เลย
    2. ครบวงจร: รองรับการทำงานตั้งแต่การนำเข้าข้อมูล (Import), การจัดการข้อมูล (Cleaning), การวิเคราะห์, จนถึงการนำเสนอผลลัพธ์
    3. ได้รับการยอมรับ: ผลลัพธ์ที่ได้จาก SPSS ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวารสารวิชาการและการนำเสนอทางธุรกิจ

     ข้อควรพิจารณา 

    • ราคา: เป็นซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่มีราคาสูง ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับนักวิจัยอิสระหรือนักเรียนที่งบประมาณจำกัด
    • ความยืดหยุ่น: อาจมีความยืดหยุ่นน้อยกว่าเมื่อเทียบกับภาษาโปรแกรมสถิติโอเพนซอร์ส (Open-source) เช่น R หรือ Python ในการทำโมเดลสถิติที่ซับซ้อนและปรับแต่งสูง

    โดยสรุปแล้ว SPSS เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคนที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติอย่างรวดเร็วและแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ต้องการเครื่องมือที่ใช้งานง่ายและมีผลลัพธ์ที่นำไปใช้งานได้ทันทีค่ะ