ประโยค “Abort, Retry, Fail, Ignore?” เป็นข้อความแจ้งเตือนข้อผิดพลาด (Error Message) ที่เป็นตำนานที่สุดข้อความหนึ่งในยุคระบบปฏิบัติการ MS-DOS (ยุคก่อน Windows ที่ใช้เมาส์คลิกกันแพร่หลาย)

ข้อความนี้จะเด้งขึ้นมาเมื่อคอมพิวเตอร์พยายามติดต่อกับฮาร์ดแวร์ (เช่น ไดรฟ์อ่านแผ่น Floppy Disk หรือ เครื่องพิมพ์) แล้วเกิดปัญหา ไม่สามารถทำงานต่อได้ ระบบจึงหยุดและถามผู้ใช้ว่าจะให้ทำอย่างไรต่อ

ความหมายของแต่ละตัวเลือก

นี่คือสิ่งที่คอมพิวเตอร์ถามคุณในขณะนั้น:

  1. Abort (ยกเลิก):
    • ความหมาย: สั่งให้ “หยุด” การทำงานของโปรแกรมนั้นทันที และออกจากโปรแกรมกลับไปสู่หน้าจอคำสั่งหลัก (Command Prompt)
    • ผลลัพธ์: งานที่ทำค้างไว้อาจจะหายไปทั้งหมด เพราะเป็นการบังคับปิดโปรแกรม
  2. Retry (ลองใหม่):
    • ความหมาย: สั่งให้คอมพิวเตอร์ “พยายามทำคำสั่งเดิมซ้ำอีกครั้ง”
    • การใช้งาน: เป็นตัวเลือกที่คนกดบ่อยที่สุด มักใช้ในกรณีที่คุณลืมเสียบแผ่นดิสก์ หรือปิดฝาไดรฟ์ไม่สนิท พอแก้ไขฮาร์ดแวร์เสร็จก็กด Retry เพื่อให้มันอ่านข้อมูลใหม่
  3. Fail (ล้มเหลว):
    • ความหมาย: สั่งให้ระบบ “เลิกพยายาม” อ่านฮาร์ดแวร์ตัวนั้น แต่ไม่ต้องปิดโปรแกรม ให้ส่งค่าแจ้งเตือน (Error code) กลับไปบอกโปรแกรมว่า “ทำไม่ได้นะ” แล้วให้โปรแกรมตัดสินใจเองว่าจะทำยังไงต่อ
    • ผลลัพธ์: โปรแกรมอาจจะยังทำงานต่อได้ แต่อาจจะฟ้อง Error อื่นตามมาแทน
  4. Ignore (เพิกเฉย):
    • ความหมาย: สั่งให้ระบบ “แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น” กับข้อผิดพลาดนั้น แล้วฝืนทำงานต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    • ความเสี่ยง: เป็นตัวเลือกที่อันตรายที่สุด เพราะอาจทำให้ไฟล์ข้อมูลเสียหาย (Corrupt) หรือได้ข้อมูลขยะมาแทน

ทำไมข้อความนี้ถึงเป็นตำนาน?

วัฒนธรรม Pop Culture: ปัจจุบันคำนี้ถูกนำมาใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงสถานการณ์ในชีวิตที่ล้มเหลว แล้วเราต้องเลือกว่าจะ เลิกทำ (Abort), พยายามใหม่ (Retry), หรือ ช่างมัน (Ignore)

ความน่ากลัว: ในสมัยก่อน การเจอข้อความนี้มักหมายถึง “แผ่นดิสก์เสีย” ซึ่งแปลว่างานหรือเกมที่คุณเซฟไว้อาจจะหายไปตลอดกาล

ความสับสน: ผู้ใช้ทั่วไป (User) มักไม่เข้าใจว่า Fail กับ Ignore ต่างกันอย่างไร หรือกด Abort แล้วงานจะหายไหม ทำให้เกิดความสับสนในการใช้งาน